STORY / เวียดนาม

เที่ยวซาปา เวียดนาม 5 วัน 4 คืน หนีร้อนจากเมืองไทย ไปสัมผัสอากาศเย็นและนาขั้นบันได

รีวิวเที่ยวซาปา (Sapa) ประเทศเวียดนาม ด้วยตัวเอง จากฮานอยสู่เมืองกลางหุบเขา เที่ยวหมู่บ้าน Cat Cat เดินป่าชมนาขั้นบันได และขึ้นกระเช้าไป Fansipan พร้อมประสบการณ์ที่ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม

เที่ยวซาปา เวียดนาม 5 วัน 4 คืน หนีร้อนจากเมืองไทย ไปสัมผัสอากาศเย็นและนาขั้นบันได

คำถามหลัก: เที่ยวซาปาต้องเตรียมงบเท่าไร?

คำตอบสั้น ๆ / QUICK ANSWER

ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับเที่ยวบิน ฤดูกาล โรงแรม และกิจกรรมที่เลือก สำหรับทริปของ POPPU ในปี 2017 ใช้งบประมาณ 8,401 บาทต่อคน ไม่รวมอาหารและค่าใช้จ่ายส่วนตัว ซึ่งไม่ควรนำไปใช้เป็นตัวเลขประมาณการราคาปัจจุบันโดยตรง

ค่าใช้จ่ายเดินทาง

สรุปค่าใช้จ่ายต่อคน ไม่รวมค่าอาหาร 8,401 บาท 1.ตั๋วเครื่องบิน Jetstar ไปกลับ 4,085 บาท 2.แพคเกจ Vietexpress 97 USD (3,395 บาท) ตั๋วรถไฟ ฮานอย- Lao Cai + รถตู้ Lao Cai – Sapa ตั๋วรถบัส ซาปา-ฮานอย Cable car + รถรับส่งจากโรงแรม ไป-กลับ Trekking Lao Cai village รถรับส่ง สนามบิน-ออฟฟิต Ms Houng ขาไปและกลับ 3.Charming Sapa Hotel จองผ่าน Agoda 771/2 คืน 4.เช่าโรงแรมเก็บกระเป๋าอาบน้ำ 300,000 ดอง/6 คน คนละ 50,000 ดอง (75 บาท) 5.Cat Cat village 50,000 ดอง (75 บาท) ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็จะเป็นค่าอาหาร กาแฟ น้ำดื่ม อันนี้ไม่เกิน 2,000 บาท

ฝากติดตามเพจและเว็บไซต์ด้วยนะครับ
http://www.poppu.online

https://www.facebook.com/popputrip

(การเดินทางคือ "การเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด")


รีวิวเที่ยวซาปา (Sapa) ประเทศเวียดนาม ด้วยตัวเอง จากฮานอยสู่เมืองกลางหุบเขา เที่ยวหมู่บ้าน Cat Cat เดินป่าชมนาขั้นบันได และขึ้นกระเช้าไป Fansipan พร้อมประสบการณ์ที่ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม

เคยไหม? แค่เห็นภาพสถานที่ท่องเที่ยวไม่กี่ภาพ ก็รู้สึกว่าอยากเก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทางทันที

สำหรับ POPPU ความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นเมื่อได้เห็นภาพนาขั้นบันไดและทิวเขาของเมืองซาปา ประเทศเวียดนามเหนือ เมืองเล็ก ๆ ที่โอบล้อมด้วยภูเขา มีหมอกลอยผ่านในบางวัน และมีอากาศเย็นสบายแตกต่างจากความร้อนในเมืองไทย

ความคิดที่จะไปเยือนซาปาเริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2559 ก่อนจะกลายเป็นการเดินทางจริงในช่วงสงกรานต์ วันที่ 14–18 เมษายน 2560

ทริปนี้มีเพื่อนร่วมเดินทางทั้งหมด 6 คน ใช้เวลา 5 วัน 4 คืน เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปฮานอย แล้วต่อรถไฟกลางคืนไปยังเมืองลาวกาย (Lao Cai) ก่อนขึ้นรถเข้าสู่ซาปา

ระหว่างทางมีทั้งวิวที่สวยจนอยากหยุดถ่ายภาพทุกมุม อาหารพื้นเมืองที่อร่อยเกินคาด เหตุการณ์ชวนหัวเราะ และบางเรื่องที่กลายเป็นบทเรียนสำคัญของการเที่ยวต่างประเทศ

นี่คือบันทึกการเดินทางฉบับเรียบเรียงใหม่ของ POPPU ที่อยากชวนทุกคนไปสัมผัสซาปาผ่านเรื่องราวของพวกเรา

ข้อมูลทริป: เดินทางจริง 14–18 เมษายน 2560 บทความนี้เป็นบันทึกประสบการณ์ในอดีต ราคาที่ระบุเป็นราคาจากทริปปี 2017 ไม่ใช่ราคาปัจจุบัน

ซาปา (Sapa) อยู่ที่ไหน และทำไมจึงน่าเที่ยว?

ซาปาเป็นเมืองท่องเที่ยวบนพื้นที่ภูเขาทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ในจังหวัดลาวกาย (Lao Cai) มีชื่อเสียงด้านภูมิประเทศภูเขาสลับซับซ้อน นาขั้นบันได หมู่บ้านชาติพันธุ์ และอากาศเย็น

หนึ่งในเสน่ห์ของซาปาคือความแตกต่างของภูมิทัศน์ในแต่ละฤดูกาล นักเดินทางบางคนต้องการชมทุ่งนาสีเขียว บางคนอยากเห็นนาข้าวสีทอง ขณะที่บางคนอยากสัมผัสสายหมอกและอากาศหนาว

สำหรับพวกเรา จุดประสงค์ของทริปนี้มีอยู่สองอย่าง

อย่างแรกคืออยากเห็นนาขั้นบันไดด้วยตาตัวเอง และอย่างที่สองคืออยากรู้ว่าซาปาจะเย็นสบายขนาดไหนในช่วงที่ประเทศไทยกำลังร้อนจัด

หลังจากกลับมา บอกได้เลยว่าทริปนี้ให้ประสบการณ์มากกว่าที่คาดไว้

สรุปแผนเที่ยวซาปา 5 วัน 4 คืน

ก่อนออกเดินทาง พวกเราต้องจัดการทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และการเดินทางระหว่างฮานอยกับซาปา โดยวางแผนให้มีเวลาอยู่ซาปาเต็ม ๆ ประมาณ 3 วัน

วันเดินทางโปรแกรมหลัก

วันที่ 1

บินกรุงเทพฯ–ฮานอย เดินเล่นทะเลสาบคืนดาบ ต่อรถไฟกลางคืนไป Lao Cai

วันที่ 2

เดินทางถึงซาปา เที่ยว Sapa Lake, Stone Church และ Cat Cat Village

วันที่ 3

เดินเทร็กกิงชมนาขั้นบันไดและวิถีชีวิตหมู่บ้าน

วันที่ 4

ขึ้นกระเช้า Fansipan และนั่งรถบัสกลางคืนกลับฮานอย

วันที่ 5

เดินเล่นฮานอยช่วงเช้า ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย

แผนนี้เหมาะกับคนที่ต้องการผสมผสานการชมเมือง ธรรมชาติ และกิจกรรมเดินเขา โดยไม่ต้องเปลี่ยนโรงแรมทุกคืน

อย่างไรก็ตาม หากนำแผนไปใช้ในปัจจุบัน ควรตรวจสอบเวลาเดินรถและเที่ยวบินใหม่ทั้งหมด


เที่ยวซาปา เวียดนาม 1

วันที่ 1: กรุงเทพฯ–ฮานอย จุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่เวียดนามเหนือ

วันที่รอคอยมาถึงเสียที

พวกเราทั้ง 6 คนรวมตัวกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เตรียมเดินทางด้วยสายการบิน Jetstar ไปยังสนามบินนอยไบ (Noi Bai International Airport) กรุงฮานอย

หลังเครื่องบินลงจอด เรารับกระเป๋าและเตรียมพบคนขับรถที่ประสานงานไว้ผ่านบริษัททัวร์

แต่เหตุการณ์แรกของทริปก็เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด

เรื่องวุ่น ๆ ตั้งแต่ก้าวแรกในฮานอย

คนขับรถที่นัดหมายไว้ไม่ได้อยู่ในจุดที่เรามองเห็น ทำให้ต้องเดินตามหากันพักใหญ่

ปัญหามาจากชื่อบนป้ายรับผู้โดยสารที่ไม่ตรงกับชื่อที่คาดว่าจะใช้

กว่าจะติดต่อและพบกันได้ก็เสียเวลาไปพอสมควร

เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า หากจองรถรับส่งสนามบินล่วงหน้า ควรยืนยันชื่อผู้โดยสารบนป้าย จุดนัดพบ และช่องทางติดต่อให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง

หลังผ่านความวุ่นวาย เราเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองฮานอย ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีตามสภาพการจราจรในวันนั้น

มื้อแรกในฮานอยต้องเป็นเฝอ

เมื่อจัดการเรื่องการเดินทางเรียบร้อย สิ่งแรกที่ทุกคนต้องการคืออาหาร

พวกเราแวะร้านเฝอใกล้สำนักงานเอเจนซี ร้านมีเมนูและราคาให้ดู ทำให้สั่งอาหารได้ไม่ยากแม้สื่อสารภาษาเวียดนามไม่ได้

การนั่งกินเฝอร้อน ๆ หลังจากเดินทางมาหลายชั่วโมงเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าเราเดินทางมาถึงเวียดนามแล้วจริง ๆ

เที่ยวซาปา เวียดนาม 2

เดินเล่นทะเลสาบคืนดาบ Hoan Kiem Lake

หลังอาหาร พวกเราใช้เวลาที่เหลือเดินเล่นบริเวณทะเลสาบคืนดาบ หรือ Hoan Kiem Lake

บริเวณนี้เป็นพื้นที่สำคัญใจกลางฮานอย มีทั้งร้านค้า อาคารเก่า และผู้คนสัญจรไปมา

ระหว่างเดินเล่นยังมีโอกาสได้เห็นบรรยากาศการค้าขายและชีวิตริมถนนของคนท้องถิ่น ก่อนที่จะต้องกลับไปรวมตัวเพื่อขึ้นรถไปสถานีรถไฟ

ประสบการณ์นั่งรถไฟตู้นอน ฮานอย–ลาวกาย

ค่ำวันนั้นเราออกเดินทางไปสถานีรถไฟเพื่อขึ้นขบวนกลางคืนไปยัง Lao Cai

ตั๋วที่จองไว้เป็นตู้นอนแบบ Deluxe ห้องละ 4 เตียง มีเครื่องปรับอากาศ ผ้าห่ม น้ำดื่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน

การนั่งรถไฟกลางคืนมีข้อดีตรงที่สามารถพักผ่อนระหว่างเดินทางและตื่นขึ้นมาใกล้จุดหมายในตอนเช้า

สำหรับคนที่ไม่เคยนอนรถไฟต่างประเทศมาก่อน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าสนใจ

คืนนั้นจบลงบนรถไฟที่กำลังมุ่งหน้าสู่ภูเขาทางตอนเหนือของเวียดนาม


วันที่ 2: ถึงซาปาแล้ว! สำรวจเมืองกลางหุบเขาและ Cat Cat Village

เช้าวันถัดมา รถไฟเดินทางถึงสถานี Lao Cai ในเวลาประมาณ 6 โมงเช้า

อากาศที่สัมผัสได้ทันทีหลังลงจากรถไฟเริ่มเย็นสบายกว่าที่คุ้นเคย

จากสถานี เรายังต้องนั่งรถต่อขึ้นไปยังเมืองซาปาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง

ระหว่างทางสามารถมองเห็นภูมิประเทศที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากตัวเมืองเป็นเส้นทางภูเขา และเมื่อเดินทางสูงขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึกของการมาเที่ยวเมืองเหนือก็เริ่มชัดเจนขึ้น

ฝากกระเป๋าที่ Charming Sapa Hotel

พวกเราเลือกพักที่ Charming Sapa Hotel จำนวน 2 คืน

เหตุผลหลักคือทำเลที่อยู่ไม่ไกลจาก Sapa Lake และสะดวกสำหรับการเดินทางต่อในวันกลับ

เมื่อเดินทางมาถึงยังไม่ถึงเวลาเช็กอิน จึงฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อนแล้วออกเดินเที่ยวในเมือง

สำหรับคนที่วางแผนเที่ยวซาปาเอง แนะนำให้เลือกที่พักโดยดูจากทำเลเป็นหลัก โดยเฉพาะหากต้องเดินลากกระเป๋าหรือใช้รถบัสกลางคืน

เที่ยวซาปา เวียดนาม 3

Sapa Lake จุดพักสายตากลางเมือง

หลังเติมพลังด้วยอาหารเช้า พวกเราเดินไปยัง Sapa Lake

สิ่งที่ประทับใจคือบรรยากาศโดยรอบ ทะเลสาบอยู่ท่ามกลางอาคารและฉากหลังเป็นแนวภูเขา อากาศเย็นทำให้การเดินเล่นสบายกว่าที่คิด

บรรยากาศแตกต่างจากเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยตึกสูง

ที่ซาปา เราสามารถใช้เวลาเดินช้า ๆ มองผู้คน นั่งพัก และถ่ายภาพได้โดยไม่รู้สึกว่าต้องรีบไปไหน

เที่ยวซาปา เวียดนาม 4

Stone Church โบสถ์หินกลางเมืองซาปา

สถานที่ต่อมาคือ Stone Church หรือโบสถ์หินซาปา ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมือง

บริเวณหน้าโบสถ์มีพื้นที่ลานกว้างและร้านค้าต่าง ๆ ในวันที่พวกเราเดินทางมา มีทั้งนักท่องเที่ยวและชาวบ้านออกมาจับจ่ายขายของ

การเดินบริเวณนี้จึงไม่ได้มีแค่การชมสถาปัตยกรรม แต่ยังได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนด้วย

เที่ยวซาปา เวียดนาม 5

Café in the Clouds พักจิบกาแฟพร้อมวิวภูเขา

หลังเดินเที่ยวในเมือง พวกเราเลือกแวะร้าน Café in the Clouds ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดพักที่สร้างความประทับใจของวันนั้น

จากร้านสามารถมองเห็นทิวทัศน์ภูเขาและพื้นที่โดยรอบได้อย่างสวยงาม

สำหรับคนชอบถ่ายภาพ ร้านกาแฟที่มีวิวเปิดโล่งแบบนี้เป็นสถานที่ที่ควรเผื่อเวลาไว้ เพราะบางครั้งการนั่งมองภูเขาเฉย ๆ ก็เป็นกิจกรรมที่คุ้มค่าแล้ว

เที่ยวซาปา เวียดนาม 6

Cat Cat Village หมู่บ้านกลางหุบเขา

ช่วงต่อมาของวัน เราเดินทางไปยัง Cat Cat Village

หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของซาปา มีเส้นทางเดินที่พานักท่องเที่ยวผ่านบ้านเรือน ร้านขายสินค้าพื้นเมือง และทิวทัศน์ธรรมชาติ

ระหว่างทางมีวิวให้หยุดถ่ายรูปตลอด จนบางครั้งรู้สึกว่าเดินไปได้ไม่ไกล เพราะต้องหยุดชมวิวอยู่เรื่อย ๆ

จุดที่ประทับใจมากคือบริเวณน้ำตกและกังหันไม้ ท่ามกลางสายน้ำและภูเขา

ถึงขาไปจะเพลิดเพลิน แต่ขากลับที่ต้องเดินขึ้นเนินก็ทำเอาหลายคนเริ่มหมดแรง สุดท้ายพวกเราจึงเลือกนั่งรถกลับโรงแรม

จากประสบการณ์นี้ แนะนำว่าควรใส่รองเท้าที่เดินสบายและเผื่อพลังสำหรับทางกลับด้วย

ปิดท้ายวันด้วยหม้อไฟซาปา

ตกเย็นพวกเราออกหาอาหารในเมือง และพบร้านหม้อไฟที่มีวัตถุดิบหลากหลายทั้งเนื้อสัตว์ ปลาแซลมอน ผักสด และเส้น

น้ำซุปร้อน ๆ กับอากาศเย็นของซาปาเป็นการจับคู่ที่ลงตัวมาก

มื้อนี้กลายเป็นหนึ่งในมื้ออาหารที่ทุกคนประทับใจ โดยเฉพาะเมื่อได้กินพร้อมกันทั้งกลุ่มหลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน


เที่ยวซาปา เวียดนาม 7

วันที่ 3: เดินเทร็กกิงซาปา สัมผัสนาขั้นบันไดและชีวิตชาวม้ง

ถ้าถามว่าช่วงไหนของทริปซาปาครั้งนี้น่าจดจำที่สุด การเดินเทร็กกิงในวันที่สามคงติดอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน

พวกเรานัดพบไกด์ตอนประมาณ 9 โมงเช้า เพื่อออกเดินเท้าตามเส้นทางที่วางแผนไว้

ระยะทางรวมของวันนั้นประมาณ 12 กิโลเมตร แบ่งเป็นช่วงหลักราว 9 กิโลเมตรไปยังหมู่บ้าน และเดินต่ออีกประมาณ 3 กิโลเมตรไปยังจุดขึ้นรถกลับ

ไกด์เป็นผู้หญิงชาวม้งที่คุ้นเคยกับภูเขาและเส้นทางในพื้นที่เป็นอย่างดี

เธอแนะนำตั้งแต่ต้นว่าไม่ควรนำสัมภาระที่ไม่จำเป็นติดตัวไปมาก เพราะวันนี้ต้องเดินค่อนข้างไกล

เที่ยวซาปา เวียดนาม 9

ทำไมการเดินป่าในซาปาถึงคุ้มค่า?

ระหว่างทาง เราได้เห็นภูมิประเทศที่ภาพถ่ายถ่ายทอดออกมาได้ไม่ทั้งหมด

มีทั้งแนวเขาซ้อนกันหลายชั้น หมู่บ้านที่กระจายตัวตามไหล่เขา และพื้นที่นาขั้นบันไดที่ทอดตัวไปตามความลาดชัน

บางช่วงมีหมอกลอยผ่าน บางช่วงแดดอ่อน ๆ ส่องลงมาทำให้เห็นรายละเอียดของภูเขาชัดเจนขึ้น

สำหรับคนชอบถ่ายภาพ ที่นี่มีจุดให้หยุดแทบตลอดเส้นทาง

แต่การเดินไกลก็มีความเหนื่อยสะสม โดยเฉพาะทางลาดชันขึ้นลง จึงควรเตรียมร่างกายและรองเท้าให้พร้อม

เที่ยวซาปา เวียดนาม 8

พบปะชาวม้งระหว่างทาง

อีกหนึ่งประสบการณ์ของวันนี้คือการได้พบชาวม้งที่เดินร่วมทางกับนักท่องเที่ยว

ระหว่างการเดิน พวกเขาชวนพูดคุย ทำความรู้จัก และบางคนทำของที่ระลึกจากวัสดุธรรมชาติมามอบให้

แต่เมื่อถึงจุดพัก ก็มีการเสนอขายสินค้ากันอย่างจริงจัง

สำหรับนักท่องเที่ยว สิ่งสำคัญคือการเคารพวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น พร้อมกับรู้ขอบเขตการใช้จ่ายของตัวเอง

หากต้องการอุดหนุนก็ควรสอบถามราคาและตกลงกันก่อน แต่หากไม่สะดวกซื้อก็สามารถปฏิเสธอย่างสุภาพได้

มื้อกลางวันในหมู่บ้าน

หลังเดินมาหลายชั่วโมง เราถึงจุดพักรับประทานอาหารกลางวัน

อาหารมีลักษณะเรียบง่าย เป็นข้าวสวยพร้อมกับข้าวหลายอย่าง ซึ่งบางเมนูดูคล้ายอาหารไทย

แม้จะไม่ได้เป็นมื้อหรูหรา แต่เมื่อกินหลังเดินเขามาครึ่งวัน ทุกอย่างกลับอร่อยเป็นพิเศษ

หลังพักจนหายเหนื่อย พวกเราเดินทางต่อไปยังจุดรับรถ

โชคดีที่ฝนเริ่มตกหลังจากทุกคนขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว เพราะหากฝนตกหนักระหว่างเดิน เส้นทางบางส่วนอาจลื่นและเดินลำบากกว่านี้มาก

บทเรียนจากตลาดซาปา: ถามราคาก่อนสั่งอาหาร

ตอนเย็น พวกเราเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินตลาด Sapa Market และเลือกลองอาหารท้องถิ่นที่ร้านแห่งหนึ่ง

ด้วยความอยากลองอาหารเหมือนโต๊ะข้าง ๆ เราจึงสั่งโดยไม่ได้ตกลงราคาก่อน

ผลคือเมื่อถึงเวลาจ่ายเงิน ค่าอาหารสูงกว่าที่คาดไว้

เหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำให้ทริปหมดสนุก แต่กลายเป็นบทเรียนสำคัญว่า ก่อนสั่งอาหารหรือใช้บริการที่ไม่แสดงราคา ควรถามรายละเอียดและตกลงค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน

เพราะการเตรียมตัวเล็กน้อยช่วยลดความเข้าใจผิดระหว่างเดินทางได้มาก


เที่ยวซาปา เวียดนาม 10

วันที่ 4: พิชิต Fansipan ผ่านสายฝนและหมอก

หนึ่งในสถานที่ที่ตั้งใจมาเยือนตั้งแต่แรกคือ Fansipan ยอดเขาที่มีความสูงประมาณ 3,143 เมตร และได้รับสมญานามว่า Roof of Indochina

วันนั้นเราเลือกเดินทางขึ้นด้วยกระเช้าไฟฟ้า

แต่สภาพอากาศกลับไม่เป็นใจนัก

ตั้งแต่ออกเดินทางฝนก็เริ่มตก และเมื่อขึ้นไปยังพื้นที่สูง อากาศยิ่งเย็นลงอย่างชัดเจน

ประสบการณ์นั่งกระเช้า Fansipan

การนั่งกระเช้าผ่านภูเขาเป็นอีกกิจกรรมที่น่าตื่นเต้น

จากภายในกระเช้า เราสามารถมองเห็นภูมิประเทศด้านล่างและแนวเขาที่ทอดยาวออกไป

แต่เมื่อใกล้พื้นที่ด้านบน เมฆหมอกเริ่มหนาตัวขึ้น

จากเดิมที่ตั้งใจจะเดินต่อขึ้นไปยังจุดสูงสุด กลับต้องเปลี่ยนแผน เพราะข้างนอกมีทั้งฝนและลมแรง

ช่วงที่เดินทางในวันนั้น อุณหภูมิบริเวณด้านบนลดลงเหลือประมาณ 7 องศาเซลเซียส

สุดท้ายพวกเราตัดสินใจไม่ฝืนเดินขึ้นไปยังยอดเขา

แม้จะน่าเสียดาย แต่ความปลอดภัยสำคัญกว่าการไปให้ถึงจุดหมาย

เที่ยวซาปา เวียดนาม 11

แผนเที่ยวเปลี่ยนได้เมื่อเจอสภาพอากาศไม่ดี

เรื่องนี้ทำให้ได้เรียนรู้ว่า การเที่ยวเมืองภูเขาไม่ควรวางแผนโดยคาดหวังว่าสภาพอากาศจะดีตลอด

โดยเฉพาะสถานที่สูงอย่าง Fansipan ซึ่งหมอก ฝน และลมอาจทำให้ทัศนวิสัยเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

หากต้องการชมวิวจากยอดเขาจริง ๆ ควรมีแผนสำรองหรือเผื่อเวลาสำหรับสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน

เที่ยวซาปา เวียดนาม 12

หม้อไฟแซลมอนปลอบใจหลังลงจากเขา

เมื่อไม่สามารถขึ้นไปถึงยอดเขาได้ พวกเราจึงเปลี่ยนมาหาความสุขจากอาหารแทน

มื้อนั้นเป็นหม้อไฟปลาแซลมอนในร้านอาหารบริเวณสถานีกระเช้า

น้ำซุปร้อน ๆ และปลาแซลมอนสดเป็นสิ่งที่เหมาะกับอากาศหนาวมาก

ถึงจะพลาดวิวบนยอด Fansipan แต่ก็ได้อีกหนึ่งมื้ออร่อยมาเป็นความทรงจำแทน

นั่งรถบัสกลางคืนกลับฮานอย

หลังเที่ยวเสร็จ เรากลับเข้าเมืองซาปา พักผ่อนและจัดสัมภาระ ก่อนขึ้นรถบัสกลางคืนเดินทางกลับฮานอย

รถที่ใช้เป็นรถบัสแบบมีเตียงนอน ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเอนตัวพักผ่อนระหว่างทางได้

การนั่งรถแบบนี้ช่วยประหยัดเวลาสำหรับทริปสั้น ๆ เพราะสามารถเดินทางกลับฮานอยในช่วงกลางคืนได้

อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบจุดขึ้นลงรถ เวลาเดินทางจริง และความสะดวกในการพักผ่อนให้เหมาะกับตัวเอง


เที่ยวซาปา เวียดนาม 13

วันที่ 5: เช้าวันสุดท้ายที่ฮานอย ก่อนกลับประเทศไทย

รถบัสเดินทางถึงฮานอยตั้งแต่ช่วงเช้ามืด

หลังพักผ่อนเพิ่มเติม พวกเราออกเดินเล่นบริเวณทะเลสาบคืนดาบอีกครั้ง

บรรยากาศยามเช้าของฮานอยแตกต่างจากช่วงกลางคืนที่เดินผ่านมาในวันแรก

มีผู้คนออกกำลังกาย เดินเล่น และทำกิจกรรมร่วมกันริมทะเลสาบ

เที่ยวซาปา เวียดนาม 14

The Note Coffee ความทรงจำเล็ก ๆ ก่อนกลับบ้าน

ก่อนเดินทางกลับ พวกเราแวะร้าน The Note Coffee ซึ่งโดดเด่นด้วยการตกแต่งร้านโดยใช้กระดาษโน้ตจำนวนมาก

บรรยากาศภายในร้านมีเอกลักษณ์และเป็นกันเอง

เราได้ลองกาแฟและขนมก่อนเดินทางไปสนามบิน ถือเป็นการปิดท้ายทริปที่เรียบง่าย แต่รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

หลังจากนั้นก็ถึงเวลาออกเดินทางกลับประเทศไทย

ทริปซาปา 5 วัน 4 คืน จบลงพร้อมภาพภูเขา นาขั้นบันได หมู่บ้าน และเรื่องราวที่ยังนึกถึงได้เสมอ


7 ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวซาปาด้วยตัวเอง

จากประสบการณ์ครั้งนี้ มีหลายเรื่องที่อยากฝากไว้สำหรับคนที่กำลังวางแผนเที่ยวซาปา

  1. เลือกช่วงเดินทางให้ตรงกับสิ่งที่อยากเห็น เพราะนาขั้นบันไดและสภาพอากาศของซาปาแตกต่างกันตามฤดูกาล
  2. เตรียมเสื้อกันหนาวและเสื้อกันฝน โดยเฉพาะหากวางแผนขึ้น Fansipan หรือเดินเขา
  3. ใช้กระเป๋าที่เคลื่อนย้ายสะดวก เพราะบางพื้นที่มีเนิน ทางลาด หรือพื้นผิวที่ลากกระเป๋าได้ลำบาก
  4. เตรียมร่างกายสำหรับกิจกรรมเทร็กกิง เพราะระยะทางหลายกิโลเมตรอาจเหนื่อยกว่าที่คิด
  5. ยืนยันข้อมูลรถรับส่งและจุดนัดพบ โดยเฉพาะเมื่อใช้บริการเอเจนซี
  6. ถามราคาก่อนซื้อสินค้าหรือสั่งอาหาร เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด
  7. เผื่อเวลาให้กับสภาพอากาศ เพราะวันที่มีฝนหรือหมอกจัดอาจไม่เหมาะกับกิจกรรมชมวิวบนภูเขา


สรุปทริปซาปา: สิ่งที่ได้กลับมาไม่ได้มีแค่ภาพถ่าย

ก่อนเดินทาง เราอยากไปซาปาเพราะภาพนาขั้นบันไดและความหวังว่าจะได้สัมผัสอากาศเย็นในช่วงหน้าร้อน

แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีมากกว่านั้น

เราได้เห็นธรรมชาติที่สวยงาม ได้รู้จักวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ได้ลองอาหารที่ไม่คุ้นเคย และได้เจอสถานการณ์ที่ต้องเรียนรู้วิธีแก้ไขเฉพาะหน้า

บางอย่างไม่เป็นไปตามแผน

โดยเฉพาะวันที่ตั้งใจจะขึ้นยอดเขา Fansipan แต่ต้องยอมแพ้ให้กับฝนและลมแรง

ถึงอย่างนั้น สิ่งเหล่านี้กลับเป็นส่วนที่ทำให้ทริปมีเรื่องราว และกลายเป็นความทรงจำที่ไม่เหมือนกับการเดินทางครั้งไหน

สำหรับคนที่กำลังลังเลว่าจะไปซาปาดีไหม หากชอบภูเขา ชอบอากาศเย็น และอยากเดินทางไปพบวิถีชีวิตที่แตกต่าง ซาปาเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่น่าสนใจ

ส่วนพวกเรา POPPU ยังมีความรู้สึกหนึ่งที่ติดค้างอยู่เสมอ

สักวันคงต้องกลับไปซาปาอีกครั้ง เพื่อขึ้นไปให้ถึงยอด Fansipan และเก็บภาพความงามที่พลาดไปในวันนั้น

เพราะสำหรับเรา…

“การเดินทางคือการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด”

— POPPU TRIP

คำถามที่พบบ่อย (อัปเดตล่าสุด)

ซาปาอยู่ประเทศอะไร?

ซาปา (Sapa หรือ Sa Pa) อยู่ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ในจังหวัดลาวกาย เป็นเมืองท่องเที่ยวภูเขาที่มีชื่อเสียงเรื่องนาขั้นบันได วิถีชีวิตท้องถิ่น และอากาศเย็น

เที่ยวซาปาเองได้ไหม?

ได้ นักท่องเที่ยวสามารถจองการเดินทาง ที่พัก และกิจกรรมได้ด้วยตัวเอง โดยควรวางแผนการเดินทางจากฮานอยไปซาปาให้ชัดเจน และศึกษาการเดินทางระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวล่วงหน้า

ไปซาปาจากฮานอยอย่างไร?

สามารถเดินทางด้วยรถบัสไปซาปา หรือใช้รถไฟกลางคืนจากฮานอยไปยังสถานี Lao Cai แล้วต่อรถยนต์ขึ้นไปยังเมืองซาปา เช่นเดียวกับเส้นทางที่ POPPU ใช้ในทริปปี 2017

เที่ยวซาปากี่วันดี?

หากต้องการเที่ยวสถานที่หลัก ๆ เช่น Cat Cat Village, Fansipan และเดินชมนาขั้นบันได แนะนำให้มีเวลาในพื้นที่ประมาณ 3 วัน โดยเผื่อวันเดินทางจากและกลับฮานอยเพิ่มเติม

ซาปามีอะไรน่าเที่ยว?

สถานที่เด่น ได้แก่ Sapa Lake, Stone Church, Cat Cat Village, เส้นทางเทร็กกิงชมทุ่งนาขั้นบันได และยอดเขา Fansipan

เดือนเมษายน ซาปาอากาศหนาวไหม?

จากประสบการณ์ของ POPPU ในเดือนเมษายน 2560 อากาศในเมืองซาปาเย็นสบาย และบริเวณ Fansipan มีอุณหภูมิต่ำถึงประมาณ 7 องศาเซลเซียสในวันที่ฝนตก อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิแต่ละปีและแต่ละวันอาจแตกต่างกัน ควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนเดินทาง

ไป Fansipan ต้องเดินขึ้นเขาหรือไม่?

สามารถใช้กระเช้าขึ้นไปยังบริเวณด้านบนได้ แต่การเดินทางต่อไปยังจุดสูงสุดอาจมีขั้นบันไดและทางเดินเพิ่มเติม ทั้งนี้ควรตรวจสอบบริการที่เปิดให้ใช้งานและสภาพอากาศในวันเดินทาง

สถานที่: ซาปา

แท็ก: #รีวิวซาปา #เที่ยวซาปาด้วยตัวเอง #ซาปา เวียดนามเหนือ #Cat Cat Village #Fansipan #นาขั้นบันไดซาปา

เที่ยวซาปา เวียดนาม 5 วัน 4 คืน | รีวิวเที่ยวเอง ฉบับ POPPU | POPPU TRIP